ครีมกระชับรูขุมขน รับประทานยาในกลุ่มของกรดวิตามินเอ

ครีมกระชับรูขุมขน รับประทานยาในกลุ่มของกรดวิตามินเอ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดรับประทาน ที่มีชื่อสามัญทางยาว่า ไอโซเตรติโนอิน (isotretinoin) หรือ เรติโนอิก แอซิด (retinoic acid) และมีชื่อทางการค้าว่า Acnotin® (แอคโนทิน), Roaccutane® (โรแอคคิวเทน), Isotane® (ไอโสเทน), Sotret® (โสเตรส) เป็นต้น ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาสิวที่มีฤทธิ์กดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมันลดลง ส่งผลให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง แต่วิธีนี้แพทย์ผิวหนังหลายคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะเหมือนว่าเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน เนื่องจากการรับประทานยากลุ่มนี้จะมีผลข้างเคียงหลายประการ และเมื่อหยุดยาต่อมไขมันและรูขุมขนใหญ่ก็จะกลับมาเหมือนเดิม การทาครีมที่ผสมด้วยกรดผลไม้อ่อน ๆ (Chemical Peeling) เช่น AHA,PHA เป็นประจำ เพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ให้หลุดลอกออกไปได้ง่าย ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน ไขมันบริเวณผิวหนังกระจายตัวได้ดี ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลง และช่วยให้ผิวขาวเนียนใสขึ้น ครีมกระชับรูขุมขน.
ครีมกระชับรูขุมขน
ครีมกระชับรูขุมขน การทำไอออนโตโฟเรซิส (iontophoresis) โดยใช้ยากลุ่มวิตามินเอ, Hyaluronic acid หรือ Aloe vera เพื่อลดรูขุมขนกว้าง โดยหลักการของเครื่องไอออนโต คือ กระบวนการนำยาหรือเจลให้ซึมลงสู่ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำเป็นตัวผลักยาเข้าสู่ผิวหนัง ซึ่งประจุไฟฟ้าดังกล่าวจะช่วยทำให้รูขุมขนของผิวหนังเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้ตัวยาที่จะใช้รักษารูขุมขนกว้างสามารถแทรกซึมลงไปยังผิวหนังได้ดีกว่าการทาครีมทั่วซึ่งจะแทรกซึมได้แค่บริเวณผิวหนังชั้นบนเท่านั้น
การฉีดเมโสลดรูขุมขน หรือ เมโสเทอราปี (Mesotherapy) อีกวิธีแก้รูขุมขนกว้าง เป็นการรักษาโดยใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ และฉีดยาเข้าไปในผิวในระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยยาที่ฉีดเข้าไปจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน หรืออาจเป็นตัวยาอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน ซึ่งจะช่วยลดจุดด่างดำและริ้วรอย ทำให้รูขุมขนเล็กลง ครีมกระชับรูขุมขน

ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic acid) ชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในผิว (สารที่โอบอุ่มน้ำ) ให้ดูเติมเต็ม (ต้องใช้ตัว soft เท่านั้น) ทำให้ผิวแน่นขึ้น จึงช่วยกระชับรูขุมขนได้ผลดีมาก แต่ผลที่ได้จะไม่อยู่ถาวร (อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน) เนื่องจากไม่ใช่ฟิลเลอร์แบบเดียวกับที่ใช้ฉีดจมูก แม้จะเป็นสารตัวเดียวกันก็ตาม
ฉีดโบท็อกซ์กระชับรูขุมขน (Botox) หรือ การฉีดเมโสโบท็อกซ์ การฉีดโบท็อกซ์ก็ช่วยกระชับรูขุมขนได้ครับ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่มากนัก เพราะคาดว่าจะไปลดการกระตุ้นต่อมเหงื่อ พอการหลั่งของต่อมเหงื่อน้อยลง ผิวจะเกิดการคั่งของเหงื่อลดลง จึงทำให้รูขุมขนเล็กลงได้ โดยจะเห็นผลในสัปดาห์หลังการฉีด แต่ผลที่ได้จะไม่อยู่ถาวร และอาจต้องฉีดซ้ำทุก ๆ 3-5 เดือน

เดอร์มาโรลเล่อร์ (Dermaroller) เป็นวิธีการรักษาโดยการทำให้เกิดหลุมเล็ก ๆ เพื่อให้ผิวหนังเกิดการสร้างคอลาเจนและปรับผิวให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ช่วยลดริ้ว และช่วยกระชับรูขุมขนได้ ซึ่งก่อนทำคุณหมอจะทายาชาไว้ก่อนประมาณ 45-60 นาที จากนั้นจะใช้หัวเดอร์มาโรลเล่อร์ซึ่งจะประกอบไปด้วยเข็มขนาดเล็ก (198 เข็ม) กลิ้งไปบนผิวหน้าเพื่อให้เกิดแผลตามรูขุมขนเล็ก ๆ ทั่วทั้งใบหน้า (มองไม่เห็ฯรอยแผลจากเข็ม) และระหว่างทำจะมีการทาสารละลาย ยา หรือสารบำรุงต่าง ๆ เพื่อให้ซึมลงไปตามรูขุมขนด้วย (ซึ่งก็แล้วแต่สูตรของแต่ละคลินิก) โดยอาจต้องทำซ้ำประมาณ 4-5 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี หรือ ไมโครเดอร์มาเบรชั่น (Microdermabrasion – MD) เป็นการกรอผิวหนังโดยใช้หลักการพ่นเกล็ดคริสตัลที่ทำด้วยผลึกอลูมิเนียมออไซด์ที่มีขนาดเล็กหรือเกล็ดของเพชร พร้อมแสง LED โดยอาศัยเครื่องที่ทำงานด้วยระบบสุญญากาศ ซึ่งจะได้ผลการรักษาที่ดีกว่าการกรอผิวแบบอื่น ๆ ครีมกระชับรูขุมขน เพียงแต่ต้องอาศัยการทำอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาทำครั้งละประมาณ 60 นาที โดยทั่วไปหลังการรักษาผิวหนังอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดแผล โดยทั่วไปแล้วควรจะทำทุก ๆ 1-2 สัปดาห์อย่างต่อเนื่องประมาณ 6-10 ครั้ง ผลที่ตามมานอกจากจะช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้างแคบลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังช่วยรักษารอยดำจากฝ้า กระ ริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยดำจากแผลต่าง ๆ รวมถึงรอยแผลเป็นและรอยบุ๋มก็ตื้นขึ้นอีกด้วย

การทำ IPL (Intense Pulse Light) เป็นการรักษารอยเหี่ยวย่น (Rejuvenation) โดยใช้แสงความเข้มข้นสูงที่มีความยาวคลื่น 530-600 nm ยิงเข้าไปเพื่อส่งความร้อนที่สามารถทำให้มีการสร้างคอลลาเจนชั้นผิวหนังแท้เพิ่มขึ้น ทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ จางหายไป ทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลงและกระชับขึ้น แต่ไม่ถึงกับเรียบสนิท แต่การรักษาด้วยวิธีจะต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลชัดเจน และผลการรักษาจะอยู่เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น จึงต้องมาทำซ้ำทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อให้ผลการรักษายังคงอยู่

เลเซอร์กระชับรูขุมขน / คลื่นความถี่วิทยุ (RF) เช่น Erbium yag, Fraxel, E Matrix, Fractional CO2, Foracell ฯลฯ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม (เป็นวิธีทําให้รูขุมขนเล็กลงได้ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน) ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลงได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวหน้าโดยทั่วไปเรียบเนียนขึ้นมาอีกด้วย โดยทั่วไปจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับการรักษา ผลที่ได้จะไม่ถาวร และต้องทำซ้ำทุก ๆ 3-6 เดือน แต่การทำเลเซอร์คุณควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือและมีเครื่องมือที่ทันสมัย (ปัจจุบันมีเครื่องหลายรุ่นแบบหลายแบบมากครับที่ช่วยกระชับรูขุมขนได้ และขึ้นอยู่กับเทคนิคการใช้ด้วย หมอแต่ละคนอาจใช้ไม่เหมือนกัน ซึ่งไว้ผมจะกล่าวถึงในบทความหน้าครับ)

โฟโต้ชอบหรือโปรแกรมแต่งรูปต่าง ๆ วิธีนี้เหมาะกับทุกสภาพผิวและไม่มีข้อจำกัด 5555 ข้อดีคือใช้ง่ายและเห็นผลทันที ไม่เสียค่าใช้จ่าย รู้สึกดีที่ได้เห็นภาพหลังทำ แต่มีข้อเสียสำคัญคือ ผลลัพธ์จะยอดเยี่ยมแค่จากในรูป ครีมกระชับรูขุมขน.

Comments are closed.