สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน สูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน สูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมโคสดที่แปรรูปด้วยกระบวนการหมักกับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดแลคติกที่เกิดจากกระบวนการหมักตามที่กล่าวขั้นต้น จนน้ำตาลแลคโตสในนมเปลี่ยนลักษณะไป ทำให้นมโคมีรสเปรี้ยวและกลายสภาพจากของเหลวเป็นลิ่มข้นๆ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ซึ่งเคล็ดลับความงามนี้ถูกค้นพบมานับพันปีแล้วโดยพระนางคลีโอพัตรา ด้วยการแช่น้ำนมสดจนทำให้พระนางคงความงดงาม สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.
สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน
สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน สูตรการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั้นง่ายนิดเดียวค่ะ เพียงแช่โยเกิร์ตรสธรรมชาติในตู้เย็นให้เย็นจัดๆ แล้วล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นนำโยเกิร์ตมาทาให้ทั่วใบหน้า นวดอย่างเบามือ แล้วพักทิ้งไว้ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ปฏิบัติอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะสังเกตถึงผลลัพธ์ใบหน้าที่ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่เราควรรู้คือผิวของเราจะขาวได้มากที่สุดและปลสูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมโคสดที่แปรรูปด้วยกระบวนการหมักกับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดแลคติกที่เกิดจากกระบวนการหมักตามที่กล่าวขั้นต้น จนน้ำตาลแลคโตสในนมเปลี่ยนลักษณะไป ทำให้นมโคมีรสเปรี้ยวและกลายสภาพจากของเหลวเป็นลิ่มข้นๆ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ซึ่งเคล็ดลับความงามนี้ถูกค้นพบมานับพันปีแล้วโดยพระนางคอดภัยที่สุดได้เท่าผิวจากชาติพันธุ์ต้นกำเนิดของเรา ซึ่งแม้แต่ชาวแอฟริกันอเมริกันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตนเองให้ขาวได้เท่าชาวอังกฤษ ดังนั้นผิวขาวที่ดีที่สุดสำหรับสาวไทยควรจะเป็นผิวที่ดูกระจ่างใส ไร้ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งหากสามารถปฏิบัติตามเคล็ดลับดังกล่าวไปพร้อมๆ กับสุขอนามัยที่ดีอย่างเช่น การดื่มน้ำสะอาดวันละ 6 – 8 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง หรือการรับประทานผักผลไม้จนเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะมีผิวหน้าที่ขาวขึ้นอย่างปลอดภัยได้ทันหนึ่งสัปดาห์ค่ะ
ธีทำให้หน้าขาวใสด้วยกรดผลไม้จากธรรมชาติ สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน

ผิวขาวสะอาดแลดูกระจ่างใสนั้น เป็นผิวที่สาวไทยใฝ่หามากที่สุด โดยสังเกตได้จากการจำหน่ายครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง ซึ่งวางขายในท้องตลาดมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของครีมบำรุงทุกประเภท และมีการโฆษณาทางสื่อต่างๆ ค่อนข้างถี่พอสมควรในแต่ละวัน

ในส่วนผสมของครีมเพื่อผิวหน้าขาวเหล่านั้น บางยี่ห้อมีส่วนประกอบของสารไวท์เทนนิ่งชนิดหนึ่งเรียกว่า AHA หรือ Alpha Hydroxy Acid ที่เรารู้จักกันดีว่า “กรดผลไม้” ซึ่งพบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและหาได้ง่ายมากในประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเราค่ะ
คุณประโยชน์ของกรดผลไม้

สรรพคุณเด่นๆ ของกรดผลไม้นี้คือ ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่เรียบเนียน สดใส และดูอ่อนเยาว์ หากใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 สัปดาห์ ริ้วรอยบางๆ จะดูตื้นขึ้น หากเป็นริ้วรอยระดับปานกลางอาจจะต้องใช้ระยะเวลา 3 เดือนถึงจะสังเกตเห็นผลได้ชัดเจน

วิธีการใช้ AHA จากธรรมชาติ

สำหรับการลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ จะเริ่มต้นด้วยการเช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ใช้ผ้าก๊อซปิดตาเพื่อป้องกันสาร AHA สัมผัสดวงตา แล้วจะทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงได้ นำส่วนผสมที่เราเตรียมไว้ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สัก 20 นาทีจึงล้างออก ระหว่างนี้คุณอาจจะรู้สึกคันยิบๆ อยู่บ้าง แต่ถ้าทนไม่ไหวหรือมีผื่นแดงขึ้นให้รีบล้างออกได้ทันทีค่ะ หลังจากนั้นจึงทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยซเจอร์ไรเซอร์  ทำซ้ำตามขั้นตอนดังนี้สองครั้งต่อสัปดาห์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

มะนาว

มะนาวเป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับส้ม แต่มีรสที่เปรี้ยวจัด มีส่วนผสมของกรดซิตริก กรดมาลิก และกรดแอสคอร์บิก ซึ่งเป็นกรดผลไม้กลุ่มหนึ่งที่ช่วยให้เซลล์ผิวหน้าเสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมกับการกระตุ้นสร้างเซลล์ใหม่ๆ ทำให้รอยด่างดำและรอยแผลเป็นลดจางลง

ผสมน้ำมะนาวกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:1 เพื่อไม่ให้ส่วนผสมเข้มข้นเกินไปจนก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแสบผิวได้ จากนั้นใช้สำลีที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อแล้วจุ่มลงส่วนผสมของน้ำมะนาวที่เราเตรียมไว้ นำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้าและคอ หรือผิวบริเวณอื่นที่ต้องการให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ปล่อยทิ้งไว้ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทาครีมบำรุงตามปกติ
มะขาม

มะขามเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถใช้ทำอาหารได้หลายส่วน แต่ในด้านของความงามนั้น เราจะใช้ส่วนที่เป็น “มะขามเปียก” ซึ่งมีรสเปรี้ยวที่อุดมไปด้วยกรดซิตริก กรดทาร์ทาริก และกรดมาลิกช่วยให้ชำระล้างคราบสกปรกตามรูขุมขนและคราบบนผิวหนังได้ดี และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อีกด้วย เมื่อใช้เป็นประจำผิวจึงดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

โดยเริ่มจากนำมะขามสุกมาแยกเอาเม็ดออก ใช้แต่เนื้อๆ มาผสมกับน้ำสะอาดขึ้นตั้งไฟให้เดือดแล้วตั้งพักทิ้งไว้ให้อุ่น จากนั้นจึงบีบขยำให้ได้น้ำมะขามข้นๆ แล้วกรองเอาเศษเนื้อออกจนเหลือแต่น้ำมะขามบริสุทธิ์ นำน้ำมะขามนี้ขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ ใส่นมสดและน้ำผึ้งลงไปผสมให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นจึงเป็นอันเสร็จพร้อมใช้

ส่วนผสมนี้สามารถใช้ได้ทุกวันตามต้องการ เมื่อหลังล้างหน้าเสร็จและซับหน้าจนแห้งดีแล้ว นำส่วนผสมดังกล่าวมาทาให้ทั่วใบหน้ายกเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก มาสค์ทิ้งไว้สัก 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทาครีมมอยซเจอร์ไรเซอร์ได้ตามปกติ
สับปะรด

สับปะรดเป็นพืชล้มลุกที่มีวิตามินซีสูง นอกจากสรรพคุณที่ใช้ทางยาแล้ว เรายังสามารถใช้ในด้านความงามได้อีกด้วย ซึ่งช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน กระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า และขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกแล้วเผยผิวใหม่ที่ขาวใสกว่าเดิม สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน ลดความหมองคล้ำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

นำสับปะรดมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออกให้เกลี้ยงแล้วล้างน้ำอีกครั้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณครึ่งถ้วยตวง แล้วนำลงไปปั่นในเครื่องปั่นน้ำผลไม้จนละเอียดเป็นเนื้อครีมข้นๆ เมื่อล้างหน้าสะอาดและซับหน้าจนแห้งดีแล้ว นำส่วนผสมนี้มาพอกให้ทั่วใบหน้ายกเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกอีกครั้ง ทำเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ใบหน้าของคุณจะมีผิวที่ขาวขึ้นและลดความมันได้อย่างแน่นอน
ข้อควรระวังเป็นพิเศษ

หลังการใช้ AHA หรือกรดผลไม้นั้น สิ่งที่ควรพึงระลึกไว้อยู่เสมอว่า ผิวของเราจะไวต่อแสงแดดหรือรังสีอัลตร้าไวโอเลตมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดและบริเวณดังกล่าว แม้แต่หน้าคอมพิวเตอร์หรือโทรทัศน์ก็เช่นกัน ซึ่งเราอาจจะมองหาครีมกันแดดดีๆ ที่มีค่า SPF สูงๆ หรือการพยายามอยู่ห่างจากวัตถุที่ปล่อยรังสีก็เป็นตัวช่วยเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำและผดผื่นที่ไม่พึงประสงค์ได้

กรดผลไม้เป็นสารที่ให้คุณค่าจากธรรมชาติได้ดีและไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ก็จริง แต่ความเข้มข้นของสารในตัวกรดผลไม้เองเป็นสิ่งที่เราควรต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ เพราะผิวของมนุษย์บอบบางกว่าสารที่มีค่าความเป็นกรดและด่างสูง แต่หากใช้อย่างถูกวิธีแล้วก็จะช่วยให้ใบหน้าของเรามีผิวที่ขาวขึ้น กระจ่างสดใส ดูสวยงามตามที่เราต้องการได้ค่ะ
สูตรบำรุงผิวขาวกระจ่างใส แถมอมชมพูนิดๆ ด้วยน้ำแครอท สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.

Comments are closed.