แก้จมูก การดูแลตัวเองหลังจากการเสริมจมูก เพื่อลดอาการบวมของจมูก

แก้จมูก การดูแลตัวเองหลังจากการเสริมจมูก เพื่อลดอาการบวมของจมูกห้ามนอนตะแคงเป็นเวลา 1 อาทิตย์อาจทำให้จมูกผิดรูปได้งดแอลกอฮอลล์ทุกชนิดลดอาหาร รสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด และของหมักดองห้ามเด็ดขาดล้างหน้าเบาๆอย่ารุนแรง ให้ใช้สบู่อ่อนล้างเบาๆ ในข่วงวันแรกหลังผ่าตัดจะเกิดแผล แก้จมูก

ทำความสะอาดด้วยการนำคัตเติ้ลบัตจุ่มน้ำต้มสุกแล้วทำความสะอาดในการเสริมจมูกนั้นไม่ต้องตัดไหมเพราะในปัจจุบันได้ใช้ไหมละลายในกาารทำแต่ถ้าเป็นการตัดปีกจมูก แพทย์จะนัดมาตัดไหมหลักจากการผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์แพทย์จะทำการนัดตรวจแผลรับประทานยาทีได้มาให้ครบไม่ควรใช้ยารักษาแผลเป็นที่แผลหากรู้สึกว่าจมูกเกิดอาการบวมมากว่าปกติหรือมีเลือดออกมาอย่ารอช้าให้มาปรึกษาแพทย์ทันที.

แก้จมูก

 

นำพลาสเตอร์ปิดแผลออกหลังจากวันที่ 3 ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังการเสริมจมูก จมูกเบี้ยว เคสนี้ส่วนมากจะพบได้บ่อยที่สุดโดยพบว่าซิลิโคนเบี้ยวออกไปทางใดทางนึงอาจจะเกิดจากร่างกายมีระบบป้องกันสิ่งแปลกปลอม
ซิลิโคนเคลื่อนขึ้นลง สามารถพบได้แม้จะทำมาหลายปี กระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูกถูกดันออกมา เกิดจากการที่ ซิลิโคนที่วางไว้ดันกระดูกอ่อนออกมาคำถามที่พบเกี่ยวกับการเสริมจมูก เสริมจมูกไปได้ 1-2 อาทิตย์ดูแล้วจมูกเอียงต้องผ่าใหม่ไหม ไม่จำเป็นต้องผ่าใหม่หากตรวจพบแล้วรีบมาปรึกษาแพทย์สามารถดัดให้เข้ารูปโดยไม่ต้องผ่าได้ผ่าตัดเสริมจมูกไปมีโอกาสที่จะทำให้จมูกอักเสบไหม มีโอกาสหากเกิดการติดเชื้อที่แผลต้องรักษาความสะอาดแผลให้ดี หรือ อาจเกิดจากผิวหนังบริเวณใกล้เคียงเกิดการอักเสบเช่นการสิวขึ้นที่จมูก
ซิลิโคนที่ทางคลินิกใช้เป็นชนิดไหนและแบบใดทางเอเซียคลินิกของเราใช้วัสดุเกรดเอนำเข้า เป็นซิลิโคนอ่อนอย่างดีไม่มีอันตราย สวยเป็นธรรมชาติแน่นอน
หลังจากไปทำศัลยกรรมความงาม เสริมจมูกกันมาแล้ว ระหว่างประคบประหงมจมูกของเรา ให้หายบวมด้วยน้ำแข็งแล้ว ยังต้องระวังการติดเชื้ออีกด้วย รวมทั้งต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดี งดของแสลงทุกชนิด ประเภทของหมักดอง ส้มตำปลาร้าที่เคยโปรดปราน แม้แต่อาหารกระป๋อง หรืออาหารทะเลที่ไม่สด ก็รวมอยู่ในประเภทอาหารต้องห้ามเช่นกัน 7 วันอันตราย อาจจะเป็นช่วงที่อึดอัด แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังว่า เมื่อแผลหาย ก็จะได้ใบหน้าที่มีจมูกเชิดๆ ส่งเสริมให้ใบหน้าดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแต่สิ่งผิดปกติก็อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากวัสดุแปลกปลอมที่ใส่เข้าไป อาจไม่ตอบรับกับร่างกาย เป็นเหตุให้จมูกเกิดบิดเบี้ยว หรือซิลิโคนเลื่อนสูงขึ้น ต่ำลง แม้กระทั่งการอักเสบของผิวหนังบริเวณจมูกไม่ดีขึ้น อาการเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขจมูกโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณหมอเจ้าของไข้เองก็ได้แนะนำเรื่องเหล่านี้ให้เราได้รับรู้ก่อนตกลงใจทำการผ่าตัด แต่การแก้ไขจมูกนั้น ไม่สามารถทำได้ทันทีที่พบความผิดปกติ ยกเว้นการอักเสบของผิวหนังบริเวณจมูก ซึ่งต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ด้วยการถอดจมูกออก พร้อมกับฉีดยาปฏิชีวนะ และรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ส่วนอาการซิลิโคนบิดเบี้ยว ไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน จึงจะทำการผ่าตัดแก้ไขจมูกได้ ทั้งนี้เพื่อรอให้เนื้อเยื่อสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ ให้สมบูรณ์ก่อน  ดังนั้นผู้ที่ผ่านการผ่าตัดเสริมจมูกมาแล้ว ควรจะระมัด ระวังตนเองให้ดี พร้อมกับสังเกตุอาการเป็นระยะ เพื่อความปลอดภัย และความสวยงามตามที่ตั้งความหวังไว้
เสริมจมูกด้วยซิลิโคนและกระดูกอ่อนหลังใบหู การเสริมจมูกด้วยการใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู คืออีกหนึ่งเทคนิคที่ทางการแพทย์เลือกใช้ในการทำจมูก ในกรณีที่คนไข้ที่มีหนังปลายจมูกที่บางมาก เพราะหากใช้ซิลิโคนอย่างเดียวเพื่อเพิ่มปลายจมูก จะเสี่ยงต่อการทะลุได้ จึงต้องใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาช่วยเสริมรองตำแหน่งปลายจมูกเอาไว้ ซึ่งการใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูจะมีข้อดี คือไม่เป็นสารแปลกปลอม แต่ก็มีข้อจำกัดคือ ต้องเป็นผู้ที่โครงสร้างจมูกเดิมที่ค่อนข้างดีอยู่แล้วเพราะเป็นการผ่าตัดแบบ Close Rhinoplasty เปิดแผลในรูจมูกเพียงข้างใดข้างหนึ่ง จึงไม่สามารถปรับโครงสร้างอื่นๆ ภายในจมูกได้มาก หลังจากผ่าตัดแบบเสริมซิลิโคนและกระดูกหลังหูก็จะได้ทรงจมูกที่สวยงามขึ้น แก้จมูก.

Comments are closed.